กระทรวงดีอีเดินหน้าเน็ตบ้านไทยความเร็วสูง แรงครองอันดับ 8 ของโลก
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
เปิดเผยว่า จากรายงาน Digital 2025 ของ We
Are Social เดือนกุมภาพันธ์ 2568 เปิดเผยถึงผลสำรวจความเร็วดาวน์โหลดอินเทอร์เน็ตประจำที่
(Fixed Broadband) หรือ “เน็ตบ้าน”
ของไทย ครองอันดับ 8 ของโลก
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลประสิทธิภาพสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
เป็นเป้าหมายสำคัญของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์อินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้ทุกที่
ทุกเวลา โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งที่ผ่านมา ดีอี ได้ทำงานร่วมกับ กสทช.
(คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) โดย
ดีอี ได้ดำเนินโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ภายใต้ “โครงการเน็ตสาธารณะ”
(เน็ตประชารัฐ เดิม)
โดยการวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมหมู่บ้านเป้าหมาย จำนวน 24,700
หมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) ที่การให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานยังไม่ทั่วถึง
หรือเป็นพื้นที่ที่ไม่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์
และจัดให้มีจุดให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะแบบไร้สาย (Free Wi-Fi) โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หมู่บ้านละ 1 จุด
ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสและความเท่าเทียมให้กับประชาชนในหมู่บ้านพื้นที่ห่างไกล
สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านจุดบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ
และนำมาต่อยอดการใช้ประโยชน์จากบริการอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและชุมชนได้อย่างยั่งยืน
โดยการันตีจากการคว้ารางวัลระดับโลก “World Summit on the Information Society
(WSIS) Prizes 2019” ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศและการสื่อสาร
จาก ITU (International Telecommunication Union) ซึ่งเป็นองค์กรในเครือสหประชาชาติ
(UN) โดยมีโครงการเข้าแข่งขันกว่า 90 โครงการจากทั่วโลก
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(BDE) ให้ข้อมูลเพิ่มว่าปัจจุบัน
BDE ยังคงให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะแบบ Free Wi-Fi
แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้ว จำนวน 13.6
ล้านคน และใช้บริการเดือนมกราคม 2568 จำนวน 16.8
ล้านครั้ง โดย BDE ยังมีแผนที่จะปรับเพิ่มความเร็วในแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสมกับปริมาณการใช้งานของประชาชน
นอกจากนี้ กระทรวง ดีอี
ยังมีการขยายโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงต่อจากโครงข่ายเน็ตประชารัฐ ไปยังโรงเรียน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสุขศาลาพระราชทานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ยังไม่มีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
มากกว่า 1,600 แห่งทั่วประเทศ
สามารถรองรับระดับความเร็วได้ถึง 1 Gbps ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนใช้ประโยชน์จากโครงข่ายที่ภาครัฐได้ลงทุนไปแล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด
และสนับสนุนบริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะ ในหน่วยงานภาครัฐ
และหน่วยบริการขั้นพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง
“รัฐบาลเห็นความสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล
และการวางโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านและชุมชน
รวมถึงการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างดังกล่าว ซึ่งกระทรวงดีอี มีนโยบายเร่งขยายผลและการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง
ผ่านโครงการต่างๆ ของ กระทรวงดีอี อาทิ ศูนย์ดิจิทัลชุมชน หนึ่งอำเภอ หนึ่งคนไอที
และ โครงการ Learn to earn เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความเหลื่อล้ำ
ทั้งโอกาสทางการศึกษา การเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดี รวมทั้งเพิ่มโอกาสสร้างรายได้
ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ดีนี้
ยังได้ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไปพร้อมๆ กัน” นายประเสริฐ กล่าวสรุป