คปภ. ยกระดับคุมเข้มความเสี่ยงประกันภัยต่อ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
(สำนักงาน คปภ.) ออกประกาศแนวปฏิบัติที่ดี ในการควบคุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยต่อของบริษัทประกันวินาศภัย
พ.ศ. 2568 เพื่อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ ที่บริษัทประกันวินาศภัยต้องดำเนินการในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการประกันภัยต่อให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ที่บริษัทประกันวินาศภัยต้องดำเนินการในการทำกิจกรรมด้านการประกันภัยต่อ
เพื่อให้บริษัทประกันวินาศภัยมีการบริหารการประกันภัยต่อและการควบคุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยต่อที่ดี
มีการปฏิบัติอย่างรอบคอบและครอบคลุม ตามประกาศ คปภ. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการประกันภัยต่อของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. ๒๕๖๖
นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย
สำนักงาน คปภ. เปิดเผยว่า
แนวปฏิบัติดังกล่าวมุ่งเน้นให้บริษัทประกันวินาศภัยมีระบบบริหารจัดการความเสี่ยงที่ครอบคลุมและรอบคอบ
โดยแบ่งออกเป็น 2 เรื่องหลักสำคัญ ได้แก่
1) ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยต่อ บริษัทต้องควบคุมความเสี่ยงสำคัญให้ครบถ้วน
ไม่เพียงแต่เฉพาะความเสี่ยง ด้านเครดิต ด้านการปฏิบัติการ ด้านการกระจุกตัว
ด้านสภาพคล่อง เท่านั้น แต่ต้องรวมไปถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการ ทำประกันภัยต่อไม่เพียงพอ
หรือความเสี่ยงที่เกิดใหม่จนส่งผลกระทบต่อเงินกองทุนของบริษัทด้วย
2) การรายงานกรอบการบริหารการประกันภัยต่อของบริษัท บริษัทต้องกำหนดนโยบายประกันต่อโดยต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ
ได้แก่ ความสามารถในการทำกำไร ฐานะเงินกองทุน ในการบริหารความเสี่ยง บริษัทต้องกำหนดความเสี่ยงที่ยอมรับได้
(risk appetite) ระดับความเสี่ยงสูงสุดที่ยอมรับได้
(risk tolerance) ขีดจำกัดในการรับเสี่ยงภัยไว้เอง (retention
limits) ที่ชัดเจน
ในการจัดทำแผนการประกันภัยต่อ
บริษัทต้องประเมินความเสียหายสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นได้ (Probable Maximum
Loss : PML) กำหนดระดับการรับเสี่ยงภัยไว้เองสูงสุดต่อเหตุการณ์ (Maximum
Event Retention : MER) มาตรการป้องกันและแผนรองรับ
สำหรับดำเนินการให้กลับมาอยู่ภายใต้สภาวะปกติตามระดับความเสี่ยงที่กำหนดไว้
ในการพิจารณาคัดเลือกผู้รับประกันภัยต่อและการใช้บริการนายหน้าประกันภัยต่อ
บริษัทต้องคำนึงถึงความมั่นคงทางการเงินและความรู้ความเชี่ยวชาญด้วย นอกจากนี้
บริษัทต้องมีกระบวนการติดตามผล
ตรวจสอบและทบทวนการบริหารการประกันภัยต่ออย่างสม่ำเสมอ
โดยผู้บริหารมีหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ทบทวนแนวทางการบริหารการประกันภัยต่อเป็นประจำทุกปี และจัดส่งรายงานต่อสำนักงาน คปภ. ภายใน
90
วันหลังจากรอบวันที่รอบระยะเวลลาสัญญาประกันภัยต่อตามสัญญาที่เป็นรอบหลักมีผลใช้บังคับ
“แนวปฏิบัติใหม่นี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงของบริษัทประกันวินาศภัย
และส่งเสริมความมั่นคงของ ภาคธุรกิจประกันภัยในประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ซึ่งจะช่วยให้บริษัทประกันวินาศภัยสามารถใช้การประกันภัยต่อเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และสอดคล้องกับแนวทางการบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวม (Enterprise Risk Management : ERM) เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบประกันภัยโดยรวมต่อไป”
รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย กล่าวในตอนท้าย