คปภ. เปิดหลักสูตร Super วปส. รุ่นที่ 3 ห้องเรียนสุดยอดผู้นำ
คปภ. เปิดหลักสูตร Super
วปส. รุ่นที่ 3 ห้องเรียนสุดยอดผู้นำ...ที่ไม่ได้มีแค่บทเรียนติดอาวุธทางความรู้สู่ทิศทางการกำกับดูแลอุตสาหกรรมประกันภัย
รับมือความเสี่ยงยุคใหม่
เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน
คปภ.) โดยสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง (วปส.) เปิดอบรมหลักสูตร Super วปส. รุ่นที่ 3 อย่างเป็นทางการ โดยมีนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานในพิธีเปิด
พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Shaping the Future : Emerging Trends in
Insurance Regulatory Framework” ตอกย้ำบทบาทของสำนักงาน
คปภ.
ในการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง
เลขาธิการ
คปภ. เปิดเผยว่า หลักสูตร Super วปส. เป็นหลักสูตรที่พัฒนาต่อยอดมาจากหลักสูตร
วปส. ที่มุ่งพัฒนาเครือข่ายผู้นำระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชน
ให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงในมิติต่าง ๆ ตลอดจนการนำเสนอ แนวทางการรับมือกับปัญหาและอุปสรรคที่องค์กรต้องเผชิญกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอน
เพื่อนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ ซึ่งในช่วง
2-3 ปีที่ผ่านมา โลกต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและความเสี่ยงที่หลากหลาย
ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และภัยธรรมชาติ
เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงและผลกระทบที่ยากจะคาดการณ์ได้
ส่งผลให้ธุรกิจประกันภัยต้องเร่งปรับตัวและออกแบบกลยุทธ์ใหม่ที่เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนมากยิ่งขึ้น
สำหรับการอบรม Super วปส. รุ่นที่ 3 นี้ มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 67 คน ซึ่งทางสถาบันฯ
ได้มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่เข้ารับการศึกษาอบรม โดยเป็นผู้บริหารระดับสูง
ผู้นำองค์กรจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และเป็นศิษย์เก่าหลักสูตรวิทยาการประกันภัยระดับสูง
ตั้งแต่รุ่นที่ 1-12 ที่มีคุณสมบัติและประวัติดีเด่น เข้าร่วมกิจกรรมของหลักสูตร
วปส. อย่างสม่ำเสมอ หรือทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงาน คปภ. และสถาบัน วปส. เข้ามาร่วมอบรมหลักสูตร
โดยในปีนี้รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัยของสำนักงาน คปภ. ได้เข้าร่วมการอบรมด้วย สะท้อนถึงความสำคัญของหลักสูตรในการยกระดับมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงของอุตสาหกรรมประกันภัย และมีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทย
โดยกำหนดจัดการอบรมระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน 2568
เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับองค์ความรู้ที่เข้มข้น ครอบคลุมทุกมิติของการบริหารความเสี่ยง
และสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำในวงการได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบหลักสูตรให้มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นกว่ารุ่นที่ผ่านมา
โดยมีเนื้อหาครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ แนวโน้มความเสี่ยงอุบัติใหม่
(Emerging Risks) ที่เกิดจากปัจจัยแวดล้อมระดับโลก
เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด และความขัดแย้งระหว่างประเทศ
ตลอดจนความก้าวหน้าของเทคโนโลยีประกันภัย (InsurTech) และนวัตกรรมในการบริหารความเสี่ยง
เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
เสริมด้วยมีกิจกรรม Super CEO Special Talk ซึ่งเป็นเวทีพิเศษที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับ
การอบรมได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของผู้บริหารระดับสูงในอุตสาหกรรมประกันภัยและภาคธุรกิจต่าง
ๆ รวมถึงการจัดทำเอกสารวิชาการ
เพื่อรวบรวมองค์ความรู้และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยในอนาคต
“สำนักงาน คปภ. และสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง จะเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาผู้นำในอุตสาหกรรมประกันภัยอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและเสริมสร้างศักยภาพในการบริหารความเสี่ยงให้กับทุกภาคส่วน และผลักดันให้อุตสาหกรรมประกันภัยไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ผ่านการพัฒนางานวิจัยด้านการประกันภัยการบริหารความเสี่ยง และการส่งเสริมองค์ความรู้แก่บุคลากรในภาคธุรกิจและหน่วยงานกำกับดูแล รวมทั้งการสนับสนุนนวัตกรรมและเทคโนโลยีประกันภัย เพื่อให้ธุรกิจประกันภัยสามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” เลขาธิการ คปภ. กล่าว